ถ้าให้สรุปสั้นๆ น้ำยากันรั่ว หรือ Sealant ยี่ห้อต่างๆ มีไว้ทดแทนชุดแทงไหม หรือแทงหนอน หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก ซึ่งถ้าให้อธิบายอย่างละเอียดเรื่องข้อดีข้อเสียของ Tyre Sealant ก็มีดังนี้

            น้ำยากันรั่วแบ่งการใช้งานได้  2 แบบด้วยกัน แบบแรกคือเติมก่อนรั่วและเติมหลังรั่ว ซึ่งทั้งสองแบบนี้ก็มีสิ่งนึงที่เหมือนกันคือการ เติมของเหลวเข้าไปในยาง แต่ทั้งสองแบบต่างกันอย่างสิ้นเชิงในด้านการทำงานของสารนั้น

 

            Sealant ที่เติมก่อนรั่ว จะเป็นสารเหนียวๆหนืดๆคล้ายเจล ซึ่งจะทำการเติมใส่ยางก่อนที่จะอัดลมยางเข้าไป แล้วก็จะเอาล้อไปเหวี่ยงๆ หมุนๆ เพื่อให้น้ำยากระจายทั่วกัน และมันจะทำงานก็ต่อเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมทะลุยางเข้ามา แล้วแรงดันลมที่อยู่ด้านในก็จะผลักน้ำยากไปที่รุรั่ว และเมื่อโดนอากาศภายนอกก็จะแห้ง เรียกได้ว่าเกือบทันที และทำการอุดรอยรั่วโดยที่ไม่เสียลมยางไปมากนัก

  • ข้อดี คือ…สะดวกมากๆ สะดวกกว่าการพกอุปกรณ์ในการแทงไหมที่ยาง และไม่ต้องเสียเวลาจอดแวะเพื่อหารูรั่ว
  • ข้อเสีย คือ…ด้วยความที่มันสามารถอุดรูได้ทันที เราอาจไม่รู้ตัวว่ายางมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ซึ่งการละเลยการตรวจสอบอาจนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ (จะอธิบายต่อในหัวข้อถัดไป) และบางน้ำยาบางยี่ห้อมีอายุการใช้งานที่จำกัดและอาจแห้งติดภายในยาง รวมถึงแห้งสะสมอุดวาวล์ยาง เวลาจอดนานๆ ส่งผลให้ยางเสียบาลานซ์ได้

            Sealant แบบที่เติมหลังที่รั่ว จะเติมหลังจากที่รู้ตัวว่ายางแบนติดดินไปแล้วถึงจะงัดออกมาใช้ ซึ่งอาจจะยุ่งยากกว่าแบบแรกเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหนื่อยเท่าแทงไหม หรือแทงหนอน หรือแทงเบค่อน หรือแทง….เอาเป็นว่าแบบแทงๆอะแหละ Sealant แบบนี้ส่วนมากจะถูกบรรจุในกระป๋องอัดแก๊สขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และเมื่อเติมเข้าไปผ่านจุ้ปลมยาง ก็จะเกิดขายขยายตัว เหมือนเวลาเอาเค้กเข้าตู้อบยังไงหยังงั้น เมื่อขยาตัวแล้วก็จะสามารถพยุงน้ำหนักรถได้ส่วนนึง และอาจพึ่งการเติมลมเสริมเข้าไป เพื่อยางไม่ย้วยและวิ่งต่อไปได้

  • ข้อดี คือ…สามารถใช้งานและอุดรูรั่วได้ง่าย เมื่อเกิดเหตุ ขนาดบรรจุสามารถพกพาได้ระดับนึง (ใสกระเป๋าสะพายติดตัว)
  • ข้อเสีย คือ…ราคาที่ค่อนข้างสูง และ เลอะเทอะยุ่งยากเวลาที่ต้องถอดและใส่ยาง…อาจจะต้องบอกช่างก่อนว่ายางใส่น้ำยากันรั่วมา จะได้ไม่เซอไพรซ์ช่างเวลาที่ถอดยางจากล้อ อาจเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ราคาแพงของช่างอีกด้วย

ผลเสียที่เกิดขึ้นต่างๆ

            พวกตะปูหรือน้อตที่ปักคายางแล้วไม่ได้ดึงออก มีส่วนทำให้โครงสร้างของยางเกิดสนิม และอาจลามไปบริเวณรอบข้าง สร้างความเสียหายถาวร มีส่วนทำให้เนื้อยางลอกหรือหลุดออกจากโครงสร้างยาง หรือปูดบวม จนขี่ไม่ได้

 

นอกจากนั้น Sealant แต่ละยี่ห้อจะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน บางยี่ห้ออาจจะเหมาะสำหรับเดินทาง ระยะสั้น หรือบางอันก็สมารถอยู่ได้ยาวจนกระทั่งเกิรูรั่ว ซึ่งก็ต้องมานั่งศึกษากันอีกที

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้แปลว่า Sealant หรือน้ำยากันรั่วทั้ง 2 ประเภทคือการซ่อมยางรั่วแบบถาวร เพราะปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นเวลายางรั่ว มันมีมากกว่าแค่รูที่ลมออก เช่น โครงสร้างยางเสียหาย การขี่บดขอบล้อ เนื้อยางลอก น้ำยาไปอุดจุ้บลมยาง…เติมลมไม่เข้า หรือขนาดรูใหญ่เกินกว่าที่น้ำยาจะอุดได้

 

ซึ่งปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น จะต้องถอดยางจากล้อ มาตรวจสอบอย่างละเอียดโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อวินิฉัยบาดแผลที่เกิดขึ้น (เหมือนหมอดูคนไข้) ว่ายางสามารถใช้ต่อได้หรือไม่ ปลอดภัยที่จะซ่อมรึเปล่า

การซ่อมที่ถูกวิธีและปลอดภัยที่สุด คือการสติมเย็น เพราะขั้นตอนการสติมเย็นจะต้องถอดยางมาทำความสะอาดแผล ทากาว และปะยางจากด้านใน และ ตัวศรหรือหางหนูที่ใช้อุดรูจะมีแกนเป็นอะลูมิเนียมหุ้มด้วยยาง ซึ่งแกนตรงกลางที่แข็ง ทำงานทดแทนกับส่วนของโครงสร้างเสียหายไป และให้ยางสามารถใช้งานได้ยาวนานที่สุด