ยาง Road Sport หรือ Sport Touring  สองคำนี้น่าจะเคยผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่ส่วนมากที่เราจะเห็นๆกันในยางที่ใส่กับรถคนอื่น หรือแม้กระทั่งรถของเราเอง จะเป็นยาง (Road) Sport ซะส่วนมาก ด้วยลาดยางที่ดุดัน และความซิ่งของยางรุ่นนั้นๆ ก็ช่วยให้รถมอเตอร์ไซค์ดูหล่อ เท่ ขึ้นมาอีกหลายเท่า แล้วเราก็จะเห็นกันในรถประเภท super sport, Naked , Superbike หรือ แม้กระทั่งรถแข่ง

ส่วนยางประเภท Sport Touring จะเห็นนิยมใช้กันในรถที่มีขนาดใหญ่ ออกทรงเทอะทะนิดหน่อย แบกปี้บ มีคนซ้อน เน้นท่องเที่ยวซะส่วนใหญ่ หรือ พวกรถ Adventure ที่ขี่ถนน ก็นิยมใส่กัน เพราะเน้นการเดินทางหรือ “Touring”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นิสัยของผู้ขับขี่ต่างหากที่เป็นตัวเลือกยางที่เหมาะ ไม่ได้เกี่ยวกับประเภทรถโดยตรงซะทีเดียว (ประเภทรถอาจเกี่ยวในเรื่องของ spec พิเศษ)

 

แล้วทีนี้ จะดูยังไงว่ายางแบบไหนเหมาะ

สิ่งแรกที่ต้องทำ คือมองตัวเองไม่ต้องถึงขนาดยืนหน้าจกส่องตัวเองนะ แต่มองในลักษณะการขับขี่จริงๆมากกว่าว่าขี่แบบไหน

บางคนอาจจะบอกว่าเฮ้ย..ผมชอบเทโค้งเป็นชีวิตจิตใจ เอาแบบยางหมดขอบ เข่าขูดพื้น แบบนี้ก็ต้องไม่พ้นยาง Sport หรือ ยางสนามแน่นอน เพราะเทหนัก เทเยอะ แต่รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ ขับขี่บนถนนเป็นประจำทุกวัน หรือขี่ไปทำงานซะส่วนใหญ่ โค้งหมดขอบก็แค่ตอนกลับรถยูเทิร์น ออกทริปเทโค้งโหดๆ ปีละไม่กี่ครั้ง กว่าจะออกทริป ตรงกลางยางก็หมดจนใกล้ถึงสะพานแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ ยาง Road Sport คงไม่ใช่ยางที่ตอบโจทย์ที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่ายาง Sport Touring จะเทโค้งไม่ได้เลยยยยย ขึ้นชื่อว่า Sport นำหน้า มันก็ย่อมเทโค้งหมดขอบได้สบายๆอยู่แล้ว เน้นขับขี่ทางตรงเยอะกว่าโค้ง และใช้งานตลอดทั้งปี เผลอๆ ยางคู่นึงอาจจะอยู่ยาวยันขายรถกันเลยทีเดียว

ส่วนในกรณีที่ขับขี่แล้วเจอฝน เจอน้ำขัง หรือทางเปียก ก็ลุยผ่านไปแบบดื้อๆ ขี่แบบไม่ได้กลัวน้ำ ซึ่งอาการที่จะเจอบ่อยๆคือทางเปียก เปิดคันเร่งจนท้ายปัด หรือเบรกแล้วไถลตอนเจอน้ำขัง เพราะใส่ยางที่มีดอกยางน้อย เนื้อยางเยอะๆ แบบยางสนาม แน่นอนว่ายาง Road Sport จะเน้นเรื่องทางแห้ง และการเข้าโค้งเป็นหลัก แต่ทางเปียกอาจจะไม่ได้รีดสมรรถนะขนาดนั้น หรือให้พูดง่ายๆว่าทางเปียกสู้ Sport Touring ไม่ได้แน่นอน

นอกจากนั้นแล้วอีกหนึ่งส่วนสำคัญก็คือเรื่องของ Profile ที่ยาง Road Sport จะมีความโค้งมนมากกว่ายางประเภท Sport Touring ทำให้สามารถเข้าโค้งได้ลึกว่า เร็วกว่า และมั่นคงมากกว่า แต่ในทางกลับกันยาง Sport Touring จะเตี้ยและแบนกว่าในส่วนกลาง ให้ความทนทานมากกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า คุ้มราคามากกว่าเมื่อเทียบระยะทางที่ใช้ยาง

 

เมื่อรู้ขนาดนี้แล้วก็จะเกิดคำถามอีกว่าเฮ้ยผมขี่รถ S1000RR จะไปใส่ยาง Sport Touring ได้ยังไง มันไม่เหมาะ ไม่เข้า ต้องใส่ลายสายฟ้าสิถึงจะเข้า 

 

ในมุมนึงก็ถูกเพราะมันคือรถ Race Replica หรือรถแข่ง มันก็คงจะเหมาะกับยาง Racing หรือ Sport แท้ๆมากกว่า แต่ถ้ามามองในเรื่องการใช้งานของคนขับจริงๆมันตรงกับยาง Sport Touring แบบเป๊ะๆ ประเภท ขี่บ่อย ขี่ไปทำงาน ขี่ไปตลาด ขี่ไปซื้อน้ำปลา เจอฝนก็ลุย น้ำขังก็ไม่แคร์ เจอโค้งก็ลง เข้าโค้งแบบขำๆ เอาสนุก ไม่ได้เน้นเข่าติดพื้น ไม่ได้ลงสนาม ยาง Sport Touring จะเหมาะกับ S1000RR มากกว่าด้วยซ้ำ (เพราะคนขี่)

หรือ!! คุณอาจจะเป็นคนขี่รถ Versys 1000 ที่เทโค้งแบบเข่าลากดิน ขี่เล่นงาน Trackday ลงซ้อมสนามบ่อยๆ หรือขึ้นเขาไปหวดโค้งเล่นๆ เสาร์อาทิตย์ แต่อาจจะไม่ได้ขี่บ่อย ขี่เฉพาะเวลาไปออกทริปจริงจัง เจอฝนก็เพลาๆข้อมือลง แต่ทางแห้งซัดหมดปลอก 299 อะไรแบบนี้ ก็คงไม่พน ยาง Road Sport เป็นแน่แท้

เพราะฉะนั้นแล้ว ควรจะเลือกยางจากการใช้งานจริงๆมากกว่า ไม่ใช่แค่จะซื้อยางเพราะลายมันหล่อ ซื้อยางเพราะเพื่อนบอกว่าแจ่ม เลือกยางที่จะตอบโจทย์กับการใช้งานของคุณมากที่สุด แล้วมันจะเป็นยางที่จบที่สุดสำหรับคุณ

ถ้าคุณชอบเข้าโค้งและหล่ะก็ ยาง Road Sport ของ Pirelli ก็จะเป็น Diablo Rosso II

หรือถ้าคุณชอบเดินทาง ใช้งานบ่อย เน้นยางที่คุ้ม ก็ไม่พ้น Angel GT

 

ส่วนจะเลือกยางอะไรไปใส่ในรถบิ๊กไบค์ของคุณ มันอยู่ที่การขับขี่ของคุณทั้งหมด แต่ตอนนี้รีบหน่อย เพราะโปรโมชั่นแรงมากบอกเลย