Rosso 2 มันคืออะไร เหมาะกับการขับที่แบบไหน เรามาดูกันที่จุดแรกที่…มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้

โครงสร้าง

Diablo Rosso 2 จะเป็นยางที่ใช้โครงสร้าง Radial หรือลวดเหล็กที่เรารู้จักกัน ซึ่งไอตัวโครงสร้าง Radial จะช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น และรองรับความเร็วสูงๆ ได้ โดยที่ยางยังนิ่งอยู่

พื้นฐานของโครงสร้างของ Rosso 2 จะได้รับการพัฒนามาจากยางในการแข่งขัน Wsbk แต่จะถูกปรับให้เข้ากับการใช้งานบนถนนมากขึ้น หมายถึงว่ายาง rosso2 จะสามารถรองรับการกระแทบ ของผิวไม่เรียบ เอ่อ… รองรับการกระแทกของ ถนนไม่เรียบ ได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างยางได้ สามารถขับขี่บนถนนทั่วไป(ในเมืองไทย)ได้อย่างสบายใจ

อันดับสอง คือเนื้อยาง

ถึงแม้จะเป็นยางในราคาเริ่มต้น…แต่ก็ให้ยางหลังแบบ 2 คอมปาวด์ ที่ใช้เนื้อยางคนละประเภทกัน ที่ส่วนกลางของยางหลังที่กว้างถึง 75% ของหน้ายาง จะใช้เป็น High Silica หรือเรียกว่าเป็นเนื้อยางที่ใช้ขับขี่ในทางเปียกและให้ความทนทานที่มากกว่ายางอื่นๆทั่วๆไปในตลาด แต่ High Silica ตัวนี้ก็ยังมีส่วนผสมของ Carbon ที่ใช้กันในยางสนาม แต่จะมีส่วนผสมประมาณ 30% เพื่อช่วยให้การวอมอัพยาง และให้การยึดเกาะบนทางแห้งได้ดี โดยที่ไม่หมดเร็วเหมือนเหมือนยางสนาม

ส่วนด้านข้าง จะเป็น Carbon Black 100% เนื้อยาง Slick ที่ความกว้าง 12.5% ของแต่ละข้างของไหล่ยาง…เอาจริงนะ พูดตรงๆว่า ถ้าดูด้วยตาเปล่า มันเล็กนิดเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลาที่เราเข้าโค้งสุดขอบยางแบบนี้ (เอียงยางตาม) เราจะขี่แค่เฉพาะเวลาที่ถนนแห้งจริงๆเท่านั้น ซึ่งไอตัวเนื้อยาง Carbon หนึบๆนี่แหละ จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะ ได้เป็นอย่างดี ถึงแ้มันจะเป็นพื้นที่เล็กก็ตาม

ส่วนยางหน้าจะเป็น Single Compound และใช้เนื้อยาง high silica ทั่วหน้ายาง เหมือนกับตรงกลางของยางหลัง เหตุผลก็คือ เนื้อยาง High silica จะยึดเกาะได้ดีบนพื้นเปียก และยาการใช้งานที่ทนทาน อีกเหตุผลนึงก็คือ เนื้อยางนี้ เมื่อใช้งานไปเรื่อยๆจะสึก ใกล้เคียงกับยางหลัง ซึ่งปกติทั่วไปที่เราเจอกันในยางเดิมติดรถ…ยางหลังจะหมดก่อน ยางหน้าดอกเต็ม แต่ในยางของ Pirelli จะออกแบบให้การสึกหรอเป็นไปอย่างเท่าเทียมมากขึ้น

อันดับสาม ลายยาง

จะสังเกตุได้ว่ายางหน้า และยางหลังจะมีลายไม่เหมือนกัน

ยางหน้าจะมีลายยางที่ถี่ และยาวเฉียงออกไปด้านข้าง เพราะว่าเวลาที่เจอน้ำหรือฝน ยางหน้าจะทำหน้าที่ในการสลัดน้ำออก ลดอาการไถลของยางเวลาที่ต้องเลี้ยวในทางเปียก หรือในจังหวะที่ต้องกดเบรกหนัก

ยางหลัง จะมีร่องยางที่ห่างและสั้นกว่าแต่ร่องยางจะมีขนาดที่ใหญ่กว่ายางหน้า ร่องยางที่ห่าง จะเพิ่มการยึดเกาะให้พื้นแห้ง รองรับรถที่มีแรงม้าสูงๆ และยังมีพื้นที่ที่เรียกว่า Slick Area หรือพื้นที่ที่ไม่มีลายยางมาขวางถึงสองส่วน ส่วนแรกคือกลางยาง ที่จะไม่มีลายยางมาขวาง เป็นบริเวณเนื้อยยางโล้นๆ ทำหน้าที่ในการยึดเกาะบนพื้นแห้งโดยตรง อีกหนึ่งส่วนจะเป็นที่บริเวณสุดขอบบาง ที่จะไม่มีลายยางมาขวาง ซึ่งในส่วนนี้จะทำงานร่วมกับเนื้อยาง Cabbon Black เหมือนกับพกยางสลิกไว้ในยางหลังอีกนิดนึง

อันดับสี่ Profile

ยาง Pirelli Diablo Rosso 2 จะเป็นยางสปอร์ตที่มีทรง เตี้ยที่สุด ใช่ครับ เตี้ยที่สุดในสาย sport หรือมีความสูงกว่า Angel GT นิดหน่อย ซึ่งในยาง Rosso 2 จะออกแบบเพื่อใช้งานบนถนนที่มีทางตรงยาวๆ และตัวยางที่เตี้ยในส่วนกลาง จะช่วยในการเพิ่มอายุกการใช้งานให้ยาวนานขึ้น แต่ เมื่อเริ่มพับเข้าโค้ง Rosso 2 ะมีโปรไฟล์ที่เรียกว่า Multi Radius  ที่จะค่อยๆมนขึ้น คมขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่ลึกขึ้นของการเข้าโค้ง และยางจะมีลักษณะ หรืออาการที่หลายๆคนเคยได้ยินว่า ยาง “ดึงเข้าโค้ง” นั่นก็คือ Profile Multi Radius ของ Pirelli กำลังทำงาน

อีกอย่างคือ ถ้าเปรียบเทียบโปรไฟล์ของ Rosso2 กับยางในตระกูล Diablo รุ่นอื่นๆจะเห็นได้ว่า Rosso 2 จะมีโปรไฟล์ที่เตี้ยและแบนกว่ารุ่นใหม่อย่าง Rosso 3 หรือ Supercorsa SP V3 Diablo Rosso 2 จะเป็นยางที่เหมาะกับมือใหม่ที่กำลังฝึกเข้าโค้ง และจะเป็นยางที่ช่วยให้คุณพัฒนาสกิลให้เก่งขึ้น เร็วขึ้น หรือพูดง่ายๆว่าเป็นยางเริ่มต้นสายสปอร์ต ที่จะทำให้คุณเข้าใจรถบิ้กไบค์ของคุณมากขึ้นนั้นเอง

สรุปจุดเด่นของยาง Diablo Rosso 2

  • ราคาย่อมเยามากกกกกกก ถ้าเทียบกับคุณภาพแล้ว โคตรคุ้ม
  • โครงสร้าง Radial นุ่มนวล รองรับความเร็วสูง
  • อายุการใช้งานที่ยาว 12000+ ใช้ขับขี่ได้ทุกวัน
  • เนื้อยางหลัง 2 compound ที่มีทั้ง High Silica และ Carbon หนึบทั้งทางเปียกและแห้ง
  • ลายยางที่ยาวออกด้านข้าง แต่เว้นที่ว่างให้มี Slick Area ทางเปียกรีดน้ำเร็ว ทางแห้ง ยึดเกาะดี
  • โปรไฟล์กลมกำลังดี เข้าโค้งไม่เหวอ

สำหรับใครที่กำลังมองหายาง สปอร์ตสำหรับบิ้กไบค์ในราคาเริ่มต้น หรือ อยากจะลองอารมณ์ยางสปอรต์จากที่ไม่เคยขี่แนวนี้มาก่อน นี่คือตัวเลือกที่ใช่ และตอบโจทย์แน่นอน