Diablo Rosso Corsa 2 หรือ เรียกย่อๆว่า DRC2 ซึ่ง Slogan ของยางรุ่นนี้คือ Every day is race day หรือแปลประมาณว่า เปลี่ยนทุกวัน ให้เป็นวันแข่ง เพราะว่าสิ่งที่ให้มาในยางนี้ คือการรวมร่างระหว่างยางสนาม + ยางถนน ไว้ในเส้นเดียว ให้สามารถใช้งานได้ทั้งสนามและถนน แบบ 50/50 เลยที่เดียว นอกจากนั้นแล้วยางตัวนี้จะเป็นยางรุ่นแรกจาก Pirelli ที่ใช้เนื้อยาง Multi Compound ทั้งในยางหน้า และหลัง รวมถึงโครงสร้าง โปรไฟล์ ลายยาง ก็ได้ทำการ Update ใหม่ทั้งหมด แบบที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนโฉมเลยทีเดียว แต่ถ้าอยากลงลึกเรื่อง Detail เรามาดูกันพร้อมๆกันเลย

เริ่มกันที่ยางหน้า ปกติแล้วยางทั่วไปในตลาดหรือยางรุ่นอื่นๆของ Pirelli จะเป็นเนื้อ Single Compound แต่ใน Diablo Rosso Corsa 2 จะเป็นยางตัวแรก ที่ใช้ยางหน้า 2 compound ที่จะใช้เนื้อยาง 100% silica ในส่วนของกลางยาง ซึ่ง Silica จะทำหน้าที่ในการยึดเกาะบนอนุณภูมิต่ำหรือพื้นถนนที่เปียกหรือมีความชื้นได้เป็นอย่างดี และยังให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน ลักษณะเนื้อยางในตรงกลาง จะคล้ายกับ Diablo Rosso 3

ด้านข้างของยางหน้า จะใช้เนื้อยาง Carbon 100% แบบยางสนาม ที่ถอดมาจาก Diablo Superbike  และเป็นเนื้อยาง SC3 ซึ่งตัวเนื้อ SC3 จะเป็นเนื้อยางสลิกที่ทนทาน และใช้งานบนพื้นผิวถนนได้หลากหลายรูปแบบ และยังเป็นเนื้อยางเดียวที่ไม่ต้องพึ่งเครื่องวอร์มยาง สามารถใช้การขับขี่เพื่อสะสมความร้อนแทน และอย่างที่เคยรู้ หรืออาจจะไม่รู้คือ เทคโนโลยี Cap&Base ที่จะใช้เนื้อยางในส่วนกลางฝังเข้าไปใต้ผิวยางของด้านข้าง เพื่อช่วยให้ยางสารมาถกระจายความร้อนในขณะที่ขับขี่ทางตรงยาวๆ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่า ถ้าใช้งานบนถนน กว่าจะถึงทางโค้ง ยางก็จะร้อน พร้อมใช้ ทันที

มาดูต่อที่ยางหลัง ที่จะให้เนื้อยางมา 3 compound ใช่แล้ว 3 compound ซึ่งลักษณะของเนื้อยางก็จะมีความคล้ายกับยางหน้า อย่างที่บอกไว้ว่าเป็น Rosso 3 + SC3 ก็ยังคงไว้รูปแบบเดิม เพียงแต่ว่า ตัว Rosso 3 ยางหลังจะเป็น 2 คอมปาวด แล้วเสริม sc3 เข้าไปที่ไหล่ยาง ใกล้กับขอบยางนั่นเอง

เนื้อยางตรงกลางของยางหลังจะเป็น High Silica ที่มีส่วนผสมของ Carbon เล็กน้อย ช่วยในการ warm up ให้การยึดเกาะบนพื้นแห้งที่ดี และ รองรับกำลังเครื่อง CC สูงๆ ถัดมาเล็กน้อย จะเป็น Silica 100% เหมือนกับยางหน้า ไว้สำหรับเข้าโค้งทางเปียกโดยเฉพาะ

ส่วนริมสุดของไหล่ยาง ก็จะเป็น carbon 100% หรือ SC3 ไว้เข้าโค้งแบบเข่าลากดิน

ส่วนในเรื่องของโปรไฟล์

DRC2  จะใช้รูปทรงยางที่ใกล้เคียงกับ Diablo Superbike ด้วยเทคโนโลยี Multi Raduis ของ Pirelli ที่แต่ละช่วงของยางจะมีองศาความโค้งของยางที่ไม่เท่ากัน โดยที่จะปรับส่วนกลางของยางให้เตี้ยลงและลดความชันของด้านข้างเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าเป็นยาง Spce ถนน ที่คม เลี้ยวฉับไว เข้าโค้งนิ่ง ใก้ลเคียงกับยางสนามมากที่สุด  Profile รูปแบบใหม่นี้จะช่วยให้ Transition ในช่วงของ การพับ หรือการเลี้ยวทำได้สมูท เรียบเนียน หรือถ้าเปรียบเทียบความรู้สึกในการเลี้ยวกับยางรุ่นอื่นในตระกูล Diablo DRC2 จะเร็วกว่า Diablo Rosso 3 แต่ไม่ไวถึงขนาด Supercorsa

ซึ่ง DRC2 จะออกแบบมาให้ Balance กันระหว่างการเข้าโค้ง ทางตรง ทางเปียก และอายุการใช้งาน

โครงสร้าง

DRC2 จะใช้โครงสร้างที่พัฒนามาจากยางที่ใช้แข่งขันในรายการ WSBK ที่ผสานะหว่าง โครงสร้าง Radial หรือใยเหล็ก ที่ให้ความนุ่มนวล เบา บังคับง่าย ผสมกับ Lyocell ที่เป็นใยสังเคราะห์ ที่จะทำหน้าที่ในการซับแรงกระแทก หรือรองรับพื้นไม่เรียบแบบถนนทั่วไปพบเจอได้บ่อยๆ

โครงสร้างรูปแบบใหม่ จะสามารถให้ตัว ยืดหยุ่นได้ แต่มีความ Rigid กระชับมากพอที่ยางจะไม่เสียรูปทรงจากการใช้งาน หรือพูดง่ายๆว่าเจอหลุมบ่อบนถนนเมืองไทยก็ไปต่อได้แบบสบายใจ

ลายยาง

Pirelli ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบลายยางแบบใหม่ ที่ทีม R&D มุ่งเน้น Performace ของการขับขี่บนพื้นแห้งมากกว่าทางเปียก โดยลายยางที่ฉีกกฎการออกแบบของ Designer แบบหน้าหงาย จนได้ออกมาเป็นลายยางที่ขัดใจวัยโจ๋ ถ้าเอามาวางเปรียบเทียบกับ Rosso 3 จะเห็นว่า คล้ายกันมากๆ ต่างกันบางจุด นั่นก็คือ ลายสายฟ้าขาด ที่เห็นอยู่บนหน้ายางนี้นี่เอง

เหตุผลที่ลายยางถูกปรับเปลี่ยนไป…มาจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ที่ใช้งานรถ Superbike ในชีวิตประจำวันที่ Pirelli ได้เก็บข้อมูลมาเป็นเวลาเกือบ 8 ปี นับจากยาง Diablo rosso corsa ตัวแรก ซึ่งกลุ่มคนที่ใช้งานรถประเภทนี้ จะชอบเล่นโค้งบนถนนแห้ง แบบที่เปลี่ยนหลังถนนให้เป็นสนาม เข้าโค้งกันแบบเข่าลากพื้น แต่เวลาที่เจอฝนหรือพื้นเปียก ก็จะลดความเร็ว และจะไม่เข้าโค้งจนถึงสุดขอบขนาดนั้น เพราะต้องคุมอาการถของรถในทางเปียกให้อยู้ โดยที่ความห้าวยังลดลงไปไม่มากเท่าไหร่ ลายยางของ DRC2 จึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในทางเปียกตั้งแต่ตรงกลางยางจนถึงช่วง MID Lean และลายยางจะหายไปทั้งหมดในช่วง Full Lean

อีกหนึ่งส่วนที่แตกตางจากยางอื่นๆก็คือ DRC2 จะมี Slick Area ที่กว้างที่สุดในบรรดายางถนน นอกจากลายสายฟ้าขาดที่เพิ่มเนื้อยางให้สัมผัสพื้นมากขึ้น ลายยางของ DRC2 จะสั้นและกระชับ ไม่ยาวถึงสุดขอบยางแบบยางถนนทั่วๆไป ด้านข้างตรงขอบสุดของยางที่เป็นเนื้อยาง SC3 จะมีลายยางแวะเข้ามาแค่ติ่งเดียว เพื่อให้เนื้อยางกับถนน สัมผัสกันมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

สรุปสั้นๆ

Diablo Rosso Corsa 2 จะเป็นยางที่ออกแบบเพื่อคนที่ชอบเข้าโค้งโหดๆ  แต่อยากได้ยางที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ไม่หมดเร็ว เจอฝนเจอน้ำเอาอยู่ และไม่ต้องเสียเวลาไปสลับยางสลิกไว้สำหรับออกทริป

ใช้ DRC2 คู่เดียวจบ สยบ รูท 12